เมื่อร่างกายได้รับพลังงานจากอาหารในหนึ่งวัน มากกว่าพลังงานที่ร่างกายใช้ไปในหนึ่งวัน
นั่นย่อมหมายถึง พลังงานส่วนเกินจะถูกเก็บสะสมเปลี่ยนเป็นไขมัน
ส่งผลให้้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
โดยพลังงานที่ขาดหรือเกินไปจำนวน 7500 แคลอรี
จะทำให้้น้ำหนักตัวลดลงหรือเพิ่มขึ้นตามลำดับเป็นจำนวน 1 กิโลกรัม
การลดน้ำหนักที่ถูกต้อง ควรลดน้ำหนักตัวลงอย่างช้าๆประมาณครึ่งถึงหนึ่งกิโลกรัมต่อสัปดาห์

พลังงานส่วนเกินที่ร่างกายได้รับจากอาหารมาจาก น้ำตาล และน้ำมัน
อาหารที่เรารับประทานเข้าไปในแต่ละวัน ประกอบด้วยสองส่วนคือ
- อาหารที่ให้สารจำเป็นต่อสุขภาพ ได้แก่ ข้าว-แป้ง นม-เนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้
เราไม่สามารถงดรับประทานอาหารกลุ่มนี้ เนื่องจากอาหารเหล่านี้จำเป็น
ต่อสุขภาพที่แข็งแรง
- อาหารที่ให้แต่พลังงาน ได้แก่ น้ำตาล และน้ำมัน
พลังงานจากอาหารกลุ่มนี้ เป็นพลังงานส่วนเกินที่ร่างกายจะเก็บสะสมไว้
โดยการเปลี่ยนรูปไปเป็น ไขมันส่วนเกิน เราสามารถงดรับประทานอาหารกลุ่มนี้ เนื่องจากอาหารเหล่านี้ ไม่จำเป็นต่อสุขภาพที่แข็งแรง
ทั้งแป้งและไขมัน เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ
แต่โดยธรรมชาติของอาหารที่เรารับประทาน
จะมีส่วนผสมของสารกลุ่มแป้งกับไขมันอยู่แล้ว เช่น ข้าวสวยมีแป้ง หมูปิ้งมีไขมัน ฯลฯ
ดังนั้นการรับประทานโดยเจตนาเพิ่ม น้ำตาล(กลุ่มแป้ง)และน้ำมัน(กลุ่มไขมัน) เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
น้ำตาล ถูกเรียกว่าเป็น พลังงานว่างเปล่า (Empty Calories) เนื่องจากให้พลังงานแต่ไม่ให้สารอาหารใดๆ
โปรดอย่าลืมว่า อาหารบางอย่างมีน้ำตาลหรือน้ำมันแฝงมาโดยที่เรามองไม่เห็น เช่น
น้ำตาลกลูโคสในน้ำอ้อยหรือน้ำผึ้ง , น้ำตาลฟรุกโตสจากน้ำผลไม้เข้มข้น
หรืออาจแฝงตัวอยู่ในชื่อแปลกๆอื่นๆ เช่น เด๊กโตสไซรัป, มอลโตส, แลกโตส, คอร์นไซรัป เป็นต้น
เหล่านี้ ถือเป็นน้ำตาล และล้วนให้พลังงานส่วนเกินสูง ไม่ต่างจากน้ำตาลทรายละลายน้ำ
ส่วนน้ำมันพืช (ที่ไม่เป็นไขเมื่อถูกความเย็น) หรือครีมเทียม
ก็ให้พลังงานเท่าๆกับน้ำมันจากสัตว์ (ที่เป็นไขเวลาถูกความเย็น)
การควบคุมอาหารไม่จำเป็นต้องรับประทานเฉพาะผัก และผลไม้จืดๆเท่านั้น
แต่เราสามารถควบคุมอาหารโดยที่ยังคงมีความสุขกับการรับประทานอาหารอร่อยๆได้
ด้วยการเติมรสหวานจากสารให้ความหวานที่ไม่มีพลังงานแทนน้ำตาล,
ใช้การปิ้ง-อบอาหารแทนการทอด,
เลือกอาหารสำเร็จรูปชนิดพิเศษที่ให้พลังงานต่ำกว่าปกติ เป็นต้น
คำแนะนำ
- ใช้สารให้ความหวานที่ไม่มีพลังงาน แทนการบริโภคน้ำตาล
- ปรุงอาหารด้วยการปิ้ง-อบ แทนการทอด
- เลือกซื้ออาหารสำเร็จรูปชนิดพิเศษที่ให้พลังงานต่ำกว่าปกติ แทนอาหารสำเร็จรูปธรรมดา

พลังงานส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับการทำงานของอวัยวะภายในร่างกาย
ส่วนการออกกำลังกายใช้พลังงานเพียงส่วนน้อยของพลังงานทั้งหมด
คนหนุ่มสาวอายุ 25ปี ส่วนใหญ่ที่ใช้ชีวิตในเมืองจะใช้พลังงานรวม (หน่วยเป็นแคลอรี)
ต่อวัน เท่ากับประมาณ 30 คูณกับน้ำหนักตัว (หน่วยเป็นกิโลกรัม) ตัวอย่างเช่น
คนอายุ 25ปี น้ำหนักตัว 55 กิโลกรัมจะใช้พลังงานประมาณ 1650 แคลอรีต่อวัน
พลังงานที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน ส่วนใหญ่(ประมาณ 2/3 ของพลังงานที่ใช้ไปทั้งหมด)
ถูกใช้ไปกับการทำงานของอวัยวะภายในร่างกาย ซึ่งเกิดขึ้นแม้ในขณะเรากำลังพักผ่อน-นอนหลับ(หรือเรียกว่า พลังงานขณะพัก)
เช่น การเต้นของหัวใจ การขยับตัวของกระบังลมเวลาหายใจ การบีบตัวของลำไส้
การดูดซึมและย่อยสารอาหาร เป็นต้น
พลังงานส่วนน้อยเท่านั้น(ไม่เกิน 1/3 ของพลังงานรวมทั้งหมด)
ที่จะถูกใช้ไปกับการทำงาน-ออกกำลังกาย
ตัวอย่างเช่น คนอายุ 25ปี น้ำหนักตัว 55 กิโลกรัม จะใช้พลังงาน
1100 แคลอรีต่อวัน (หรือพลังงานที่ได้จากอาหารสองมื้อ)
ไปกับการทำงานของอวัยวะภายในซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดเวลาแม้ในขณะเราพักผ่อนหรือนอนหลับ
และใช้พลังงานเพียง 550 แคลอรีต่อวัน (หรือพลังงานที่ได้จากอาหารหนึ่งมื้อ) ในการทำงานหรือออกกำลังกาย
คลิกที่นี่เพื่อคำนวณหาพลังงานขณะพักและพลังงานจากการออกกำลังกายของคุณ
นั่นหมายความว่า หากคุณต้องการลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกาย คุณจะต้องออกกำลังกายหนักมากและอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปได้ยาก
พลังงานขณะพักจะลดลงเมื่อ (a)เรามีอายุมากขึ้น หรือ (b)น้ำหนักตัวลดลง
(a) เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ พลังงานที่ใช้ไปกับการทำงานของอวัยวะภายใน
จะลดลงประมาณ 5 แคลอรี/วัน/อายุที่เพิ่มขึ้น 1 ปี
ฉะนั้น ถ้าคนเรารับประทานอาหารเหมือนเดิม และมีกิจกรรมเหมือนเดิมไปตลอด เราจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหนึ่งกิโลกรัมทุกๆสี่ปี
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ คนเราต้องการพลังงานน้อยลง สวนทางกับอายุที่เพิ่มขึ้น
ดังนั้น เพื่อคงน้ำหนักตัวที่เหมาะสมไว้ เราจึงต้องระมัดระวังเรื่องการรับประทานน้ำตาลและน้ำมัน ตามวัยที่มากขึ้น
(b) เมื่อน้ำหนักตัวของเราลดลงร่างกายจะมีการปรับตัว
โดยลดการใช้พลังงานในการทำงานของอวัยวะภายในแบบอัตโนมัติ
ฉะนั้น เพื่อเผาผลาญพลังงาน 350 แคลอรี่
ถ้าเราน้ำหนัก 60 กิโลกรัม อาจต้องวิ่ง 50 นาที
แต่ถ้าเราน้ำหนัก 50 กิโลกรัม อาจต้องวิ่งถึง 1 ชั่วโมง
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เมื่อทำกิจกรรมอย่างเดียวกัน คนอ้วนต้องการพลังงาน มากกว่า คนผอม
นั่นคือ ถ้าเราอยากลดน้ำหนักตัวด้วยการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว แต่ไม่เปลี่ยนนิสัยการกิน
เราจะต้องออกกำลังกายมากขึ้นเรื่อยๆในทุกช่วงน้ำหนักตัวที่ลดลงมา
ซึ่งทำได้ลำบากมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน
ดังนั้น เพื่อคงน้ำหนักตัวที่เหมาะสม สิ่งที่ควรทำคือ
การปรับพฤติกรรมการรับประทาน ร่วมกับการออกกำลังกายที่เหมาะกับวัย
คำเตือนเรื่องการลดน้ำหนัก
การควบคุมน้ำหนัก ด้วยการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอ

การควบคุมน้ำหนักตัวให้คงที่ในระดับที่เหมาะสมตลอดไป ยากกว่าการลดน้ำหนัก
ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไปส่วนใหญ่สามารถลดน้ำหนักตัวลงมาได้ในระยะสั้นๆเท่านั้น
โดยมีจำนวนไม่เกิน 1/3 ของคนเหล่านี้ ที่สามารถควบคุมน้ำหนักตัวให้คงที่ในระดับเหมาะสมต่อไปเรื่อยๆในระยะยาว
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะการควบคุมน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง คือ
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหารอย่างต่อเนื่องตลอดไป
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ถูกต้องซึ่งเราได้ทำซ้ำๆจนเคยชิน
เราต้องตระหนักถึงโทษที่จะเกิดขึ้นจากน้ำหนักตัวที่มากเกินไป
และต้องมี ความตั้งใจจริงที่จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ถูกต้อง
ในชีวิตจริงเมื่อวันเวลาผ่านไปคนเราก็อาจหลงลืม ความตั้งใจจริง ที่เราเคยมี
ดังนั้นเราอาจต้องอาศัยกลวิธีบางอย่างเพื่อคอยช่วยเตือนความจำ ไม่ให้ลืมถึงความตั้งใจที่ดีนั้น
คำแนะนำ
- ชั่งน้ำหนักตัวอย่างสม่ำเสมอ แล้วจดบันทึกไว้
เพื่อย้ำเตือนถึง ความตั้งใจจริง
- ตั้งเป้าหมายในการลดน้ำหนักครั้งละไม่มาก
เมื่อทำได้แล้วจึงค่อยตั้งเป้าหมายใหม่ต่อไป และ
อย่าลืมให้รางวัลเล็กๆน้อยกับตัวเองทุกครั้งที่ทำได้สำเร็จ เช่น
ซื้อเสื้อชุดใหม่ ไปดูภาพยนต์ ไปทำงานอดิเรกที่ชอบ เป็นต้น
แต่อย่าฉลองความสำเร็จด้วยการรับประทานอาหารเด็ดขาด

การใช้ยาลดน้ำหนักที่ถูกต้องและปลอดภัย จะลดน้ำหนักได้เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2-8 กิโลกรัม
เป็นเรื่องปกติที่คนทั่วไปจะชอบวิธีลัด
ซึ่งทำได้ง่ายและเห็นผลสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว
แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าในปัจจุบัน สำหรับเรื่องการลดน้ำหนักตัวแล้ว ยังคงไม่มีวิธีลัดง่ายๆดังกล่าว
การใช้ยาลดน้ำหนักเป็นวิธีเสริมที่มีประโยชน์สำหรับคนที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไปมากๆบางราย
ที่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหารอย่างต่อเนื่องแล้ว แต่น้ำหนักตัวก็ยังมากเกินไปอยู่
จนอาจเป็นผลเสียต่อสุขภาพอย่างรุนแรง
ในกรณีเช่นนี้การใช้ยาลดน้ำหนักที่ถูกต้องและปลอดภัย
จะช่วยลดน้ำหนักได้เพิ่มเติมอีกประมาณ 2-8 กิโลกรัม
ณ ปัจจุบันนี้ ยาลดน้ำหนักที่ได้รับการอนุญาตจาก FDA ของอเมริกาว่า
ปลอดภัยพอที่จะให้ใช้ติดต่อกันได้เป็นระยะเวลานาน มีเพียงสองชนิด
เท่านั้นคือ sibutramine และ orlistat
แต่ก็ยังจำเป็นต้องใช้ภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์เท่านั้น
ส่วนยาลดน้ำหนัก dexfenfluramine และ fenfluramine
นั้นมีผลข้างเคียงที่รุนแรง ถึงขั้นอาจทำให้ลิ้นหัวใจผิดปกติ ดังนั้น
FDA จึงได้ระงับการจำหน่ายยาสองตัวไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ยังคงมีการลักลอบจำหน่ายยาดังกล่าวอยู่
ทั้งในรูปของยาชุด และ แอบผสมในยาสมุนไพรเพื่อลดน้ำหนัก
คำเตือนเรื่องการลดน้ำหนัก
- ยาลดน้ำหนักเป็นยาเพื่อรักษาโรค ไม่ใช่ยาเพื่อเสริมสวย
- ยาขับปัสสาวะ ยาระบาย และ ยาสกัดฮอร์โมนทัยรอยด์ ไม่ใช่ยาลดน้ำหนัก
- ยาเหมือนดาบสองคม มีทั้งคุณและโทษ จำเป็นต้องใช้ภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์เท่านั้น
สรุปคำแนะนำในการควบคุมน้ำหนักที่ถูกต้องคือ... การเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหารอย่างต่อเนื่องตลอดไป เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง |
- ควรรับประทานอาหารช้าๆ และหยุดรับประทานอาหารก่อนที่จะรู้สึกอิ่ม
- ควรกินอาหารมื้อหลักให้ครบทั้งสามมื้อ และไม่ควรเลื่อนเวลาอาหารมื้อหลักให้นานออกไปจนรู้สึกหิว
- ควรมีอาหารว่างหรือเครื่องดื่มที่ให้พลังงานต่ำ เสริมระหว่างอาหารมื้อหลัก
- ใช้สารให้ความหวานที่ไม่มีพลังงานแทนน้ำตาล
- ปรุงอาหารด้วยการปิ้ง-อบ แทนการทอด
- เลือกซื้ออาหารสำเร็จรูปชนิดพิเศษที่ให้พลังงานต่ำกว่าปกติ แทนอาหารสำเร็จรูปธรรมดา
- ชั่งน้ำหนักตัวอย่างสม่ำเสมอ แล้วจดบันทึกไว้
- ตั้งเป้าหมายในการลดน้ำหนักครั้งละไม่มาก
เมื่อทำได้แล้วจึงค่อยตั้งเป้าหมายใหม่ต่อไป และ
อย่าลืมให้รางวัลเล็กๆน้อยกับตัวเองทุกครั้งที่ทำได้สำเร็จ
เช่น ซื้อเสื้อชุดใหม่ ไปดูภาพยนต์ ไปทำงานอดิเรกที่ชอบ เป็นต้น
แต่อย่าฉลองความสำเร็จด้วยการรับประทานอาหารอย่างเด็ดขาด
คำเตือนเรื่องการลดน้ำหนัก- การลดน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง ควรลดน้ำหนักอย่างช้าๆประมาณครึ่ง ถึงหนึ่งกิโลกรัมต่อสัปดาห์
- การควบคุมน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายอย่างเดียวไม่เพียงพอ
- หลักสำคัญของการควบคุมน้ำหนัก คือ ระวังการบริโภค น้ำตาลและน้ำมัน
- ยาลดน้ำหนักเป็นยาเพื่อรักษาโรค ไม่ใช่ยาเพื่อเสริมสวย
- ยาขับปัสสาวะ ยาระบาย และ ยาทัยรอยด์ฮอร์โมน ไม่ใช่ยาลดน้ำหนัก
- ยาเหมือนดาบสองคม มีทั้งคุณและโทษจำเป็นต้องใช้ภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์เท่านั้น
|
เอกสารอ้างอิง
- Flier JS: Obesity. In Braunwald E, et al (ed): Harrisons principles of internal medicine-15th edition. McGraw-Hill
- The American dietetic association: Use of nutritive and nonnutritive sweeteners. J Am Diet Assoc.104:255, 2004
- The national heart, lung, and blood institute: The practical guide to the identification, evaluation, and treatment of overweight and obesity in adult. NIH Publication Number 00-4084, October 2000
The contents belong to www.On-Diet.com
Copyright(C) 2004 On-Diet.com. All rights reserved.