ผ่าตัดดูดไขมัน (Liposuction)
เมื่อร่างกายได้รับพลังงานจากอาหารมากเกินไป (ส่วนใหญ่จะมาจากน้ำตาลและน้ำมัน)
ร่างกายจะเปลี่ยนพลังงานเป็นไขมัน แล้วเก็บสะสมไขมันส่วนเกินบางส่วนไว้ใต้ผิวหนัง
ไขมันที่เก็บไว้จะมีลักษณะเป็นก้อนนิ่มๆ
ก้อนไขมันถ้าถูกสะสมไว้มากเกินไป จะทำให้รูปร่างบริเวณนั้นดูใหญ่ผิดส่วน ไม่สวยงาม
การดูดไขมันเป็นการดูดก้อนไขมันบางส่วนออกจากร่างกาย เพื่อลดขนาดรูปร่างเฉพาะส่วน เช่นหน้าท้อง ต้นขา ต้นแขน หรือคาง เป็นต้น
ไม่สามารถใช้ลดน้ำหนักตัวได้
ผู้ที่เหมาะกับการดูดไขมัน
ผู้ที่เหมาะสมคือ ผู้มีสุขภาพแข็งแรงที่ไม่อ้วน แต่มีไขมันสะสมในบางบริเวณมากเกินไปจนดูผิดสัดส่วน
และไม่สามารถลดสัดส่วนลงได้หลังจากได้พยายามควบคุมอาหาร ร่วมกับการออกกำลังกายแล้ว
การเตรียมตัวก่อนการดูดไขมัน
สิ่งสำคัญที่สุดคือ การพูดคุยถึงความต้องการ ความคาดหวังที่จะได้รับจากการผ่าตัดกับศัลยแพทย์ให้เข้าใจก่อน
พร้อมทั้งรับฟังขั้นตอนการทำ ความเสี่ยง และข้อเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการดูดไขมัน
ขั้นตอนการดูดไขมัน
ส่วนใหญ่จะทำด้วยวิธีสอดท่อขนาดเล็กเข้าไปใต้ผิวหนังในบริเวณที่ต้องการลดขนาดรูปร่าง แล้วฉีดน้ำเกลือผสม ยาชาและยาห้ามเลือด
เข้าไปในชั้นไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังเพื่อละลายไขมันบางส่วน ก่อนที่จะดูดไขมันส่วนที่ถูกละลายในน้ำเกลือนั้นออกมาภายหลัง
กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง ต่อหนึ่งตำแหน่ง
ข้อดี
- ทำได้ง่าย โดยใช้ยาชาเฉพาะที่ ถือเป็นการผ่าตัดเล็ก
- เสียเลือดไม่มาก
ข้อเสีย
- ไม่สามารถดูดไขมันในปริมาณมากๆในคราวเดียว เนื่องจากอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตจากการได้รับยาชาเกินขนาด
- ภายหลังการดูดไขมันด้วยวิธีนี้ จะมีน้ำเกลือปนไขมัน ไหลซึมออกจากรอยแผลใน 2-3 วันแรก
การดูแลหลังผ่าตัด
- จำเป็นต้องรัดบริเวณที่ดูดไขมันด้วยผ้ายางเป็นเวลา 2-3สัปดาห์ เพื่อลดอาการบวมและกระชับรูปร่าง
- ห้ามออกกำลังกายรุนแรงประมาณ 1 เดือนจนกว่าแผลจะหายสนิทดี
- ในระยะยาวจำเป็นต้องควบคุมอาหาร และออกกำลังกายสม่ำเสมอ มิฉะนั้นรูปร่างจะกลับไปผิดสัดส่วนเช่นเดิม
ความเสี่ยงของการดูดไขมัน
ถือว่าเป็นการผ่าตัดเล็กที่ปลอดภัย ถ้าทำโดยศัลยแพทย์ที่ชำนาญ และ ดูดไขมันในปริมาณที่ไม่มากเกินไป
คำเตือนอย่าลืมว่าการดูดไขมันเป็นการผ่าตัดเพื่อเสริมสวยเพียงอย่างเดียว ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ |
The contents belong to www.On-Diet.com
Copyright(C) 2004 On-Diet.com. All rights reserved.
|