แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เกี่ยวกับวิธีการควบคุมพลังงานและน้ำหนักที่ถูกต้อง
part of the largest international hospital network in Thailand
 

หน้าหลัก

การควบคุมน้ำหนัก

น้ำหนักและความเสี่ยงต่อโรค

ความเชื่อกับการลดน้ำหนัก

เปรียบเทียบผล วิธีลดน้ำหนัก

ปริมาณพลังงานในอาหาร

สารให้ความหวานแทนน้ำตาล

เซลลูไลท์

ยาลดความอ้วน

การผ่าตัด

การลดสัดส่วนแบบอื่นๆ

ไขมันในอาหาร

ไขมันในเลือด

คำอ้างในฉลากโภชนาการ

โรคกลัวอ้วน

คำถามพบบ่อย

คำถามเก่า

ข่าวฝากประชาสัมพันธ์

มุมสันทนาการ -

เวบเพื่อนบ้าน

 

ไขมันในอาหาร

ไขมันเป็นส่วนสำคัญหนึ่งที่ ใช้ปรุงกลิ่นและรสสัมผัสในอาหารให้อร่อย น่ารับประทาน เราสามารถพบไขมันได้ทั้งในเนื้อสัตว์และพืช เช่น มันหมู, น้ำมันพืช, เมล็ดธัญพืช และ นม

ไขมันในอาหารที่เรารับประทาน ประกอบด้วย ไตรกลีเซอร์ไรด์เป็นส่วนใหญ่ (> 99%) และ คอเรสเตอรอลเป็นส่วนน้อยมาก (<1%) โดยเฉลี่ยอาหารที่เรากินเข้าไปจะมีไขมันผสมอยู่ 40 – 60 กรัม / วัน แต่เป็นคอเลสเตอรอลเพียง 0.3 – 0.4 กรัม / วัน เท่านั้น

ไตรกลีเซอร์ไรด์

ไตรกลีเซอร์ไรด์ ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย ร่างกายมนุษย์ได้รับไตรกลีเซอร์ไรด์ส่วนใหญ่จากอาหาร และหากร่างกายใช้พลังงานจากอาหารไม่หมด พลังงานส่วนเกิน (ซึ่งก็คือ พลังงานที่ได้จากน้ำตาล และน้ำมัน) ก็จะถูกสะสมในรูปของไขมัน สะสมตามส่วนต่างๆ เช่น หน้าท้อง ต้นขา ฯลฯ

ไตรกลีเซอร์ไรด์ 1 โมเลกุล ประกอบด้วย กรดไขมัน 3 โมเลกุล และ กลีเซอรอล 1 โมเลกุล เสมอ

กรดไขมัน มีหลายชนิด สามารถแยกประเภทตามลักษณะโครงสร้างได้เป็น

    i. กรดไขมันอิ่มตัว พบมากในไขมันสัตว์ แต่ก็สามารถพบได้มากในพืชบางชนิด เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม และ trans-fat

    ii. กรดไขมันไม่อิ่มตัว พบมากในน้ำมันจากพืช เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน ฯลฯ แต่ก็สามารถพบได้มากในสัตว์บางชนิด เช่น น้ำมันปลา

ไตรกลีเซอร์ไรด์ ในอาหารชนิดต่างๆ จะมีทั้งกรดไขมันอิ่มตัว และกรดไขมันไม่อิ่มตัวผสมกันอยู่ ในสัดส่วนที่แตกต่างกัน

ตัวอย่าง สัดส่วน กรดไขมันอิ่มตัว : กรดไขมันไม่อิ่มตัว ในอาหาร
อาหาร กรดไขมันอิ่มตัว : กรดไขมันไม่อิ่มตัว
น้ำมันดอกคำฝอย 1:10
น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน 1:7
น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำ 1:5
น้ำมันถั่วลิสง 1:4
น้ำมันปาล์ม 1:1
น้ำมันมะพร้าว 10:1
 
น้ำมันตับปลา 1:5
น้ำมันหมู ไข่ไก่ 1:2
นม 1:1

คอเลสเตอรอล

คอเลสเตอรอลพบเฉพาะผลิตภัณฑ์จากสัตว์เท่านั้น (ไม่พบในพืชเลย) ทำหน้าที่เป็นสารตั้งต้นที่ร่างกายใช้ในการสังเคราะห์ฮอร์โมนบางชนิด (ไม่ได้ใช้เป็นแหล่งพลังงาน) ร่างกายมนุษย์สามารถ สร้างคอเลสเตอรอลขึ้นเอง วันละประมาณ 1 กรัม และสามารถขับถ่ายคอเลสเตอรอลส่วนเกินผ่านทางน้ำดีออกมากับอุจจาระ แต่กลไกควบคุมสมดุลคอเลสเตอรอลในร่างกายจะเสียไป เมื่อคนนั้นเป็นโรคอ้วน มีความผิดปกติทางพันธุกรรม หรือเป็นโรคเมตาบอริซึ่มบางอย่าง

เมื่อกลไกควบคุมสมดุลคอเลสเตอรอลในร่างกายเสียไป จะส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงผิดปกติและเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดแดงตีบ

ความจริงที่มักเข้าใจสับสน

  1. ไขมันในอาหารที่เรากินคือ ไตรกลีเซอร์ไรด์ > 99% และคอเรสเตอรอลประมาณไม่เกิน1% ฉะนั้นคอเลสเตอรอลที่ร่างกายต้องการ ส่วนใหญ่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นเอง ไม่ใช่มาจากอาหาร
  2. ไขมันจากพืช และไขมันจากสัตว์ ล้วนเป็นไตรกลีเซอร์ไรด์ ให้พลังงานเท่ากัน และทำให้อ้วนได้เท่ากัน
  3. ไตรกลีเซอไรด์ ในสัตว์ส่วนใหญ่มีสัดส่วนของกรดไขมันอิ่มตัว:กรดไขมันไม่อิ่มตัว สูงกว่าไตรกลีเซอไรด์ ในพืช (ยกเว้น น้ำมันปาล์ม และน้ำมันมะพร้าว)
  4. หากต้องการควบคุมน้ำหนัก ต้องควบคุมการกินไตรกลีเซอร์ไรด์ ไม่ใช่ควบคุมการกินคอเรสเตอรอล
  5. อาหาร cholesterol-free ไม่ใช่อาหารควบคุมน้ำหนัก (แต่มีความหมายนัยว่าไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์) อาหาร low-fat หมายถึง อาหารที่มี ไตรกลีเซอไรด์ไม่เกิน 3 กรัม / 1 หน่วยบริโภค (พอจะใช้ควบคุมน้ำหนักได้) อาหาร low-calorie หมายถึง อาหารที่ใช้ควบคุมน้ำหนัก และ มีพลังงานไม่เกิน 40 แคลอรี / 1 หน่วยบริโภค
  6. การลดน้ำหนักตัวลง 10% ก็สามารถทำให้กลไกควบคุมสมดุลคอเลสเตอรอลดีขึ้น ส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดลดลง

The contents belong to www.On-Diet.com Copyright(C) 2004 On-Diet.com. All rights reserved.

reliable informative source for weight control

หน้าหลัก  | แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม | ติดต่อเรา | โฆษณา