แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เกี่ยวกับวิธีการควบคุมพลังงานและน้ำหนักที่ถูกต้อง
reliable informative source for weight control
 

หน้าหลัก

การควบคุมน้ำหนัก

น้ำหนักและความเสี่ยงต่อโรค

ความเชื่อกับการลดน้ำหนัก

เปรียบเทียบผล วิธีลดน้ำหนัก

ปริมาณพลังงานในอาหาร

สารให้ความหวานแทนน้ำตาล

เซลลูไลท์

ยาลดความอ้วน

การผ่าตัด

การลดสัดส่วนแบบอื่นๆ

ไขมันในอาหาร

ไขมันในเลือด

คำอ้างในฉลากโภชนาการ

โรคกลัวอ้วน

คำถามพบบ่อย

คำถามเก่า

ข่าวฝากประชาสัมพันธ์

มุมสันทนาการ -

เวบเพื่อนบ้าน

 

คำถามพบบ่อย

ผมเรียนจบเพิ่งเริ่มทำงาน ไม่เคยอ้วน ต้องควบคุมอาหารด้วยหรือ?
กินอาหารนิดเดียว ทำไมอ้วน?
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ถึงน้ำหนักเกินหรืออ้วนก็ไม่เป็นไรหรอกมั้ง?
อยากลดความอ้วน ตอนนี้งดกินข้าวกับแป้งแล้ว ทำไมน้ำหนักยังขึ้น?
ออกกำลังเฉพาะส่วน ทำให้สัดส่วนลดลงได้หรือไม่ ?
เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า ทำให้สัดส่วนลดลงได้หรือไม่ ?
การรับประทานมะระขี้นกและบอระเพ็ดอัดผงมากๆ เพื่อช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ จริงหรือไม่?
สารให้ความหวานแทนน้ำตาล ไม่ปลอดภัย ไม่ควรรับประทาน?
สารให้ความหวานแทนน้ำตาล ตัวไหนๆก็เหมือนกัน?
ออกกำลังมาแล้วเผาผลาญพลังงานไปเยอะ รับประทานอาหารได้ตามสบาย ใช่มั้ย?
ทำไมอาหารแบบไม่มีน้ำตาล (Sugar Free) จึงหวาน?
ยาลดไขมันในเลือด ใช้ลดน้ำหนักได้หรือไม่?
ชอบกินขนมหวาน ไม่ได้กินอาหารมันๆ ทำไมไขมันในเลือดจึงสูง?
น้ำมันตับปลาใช้ลดไขมันในเลือดได้หรือไม่?
ยาลดความอ้วนอันตราย ไม่ควรใช้ใช่ไหม?
น้ำตาลฟรุกโทสปลอดภัยต่อผู้ป่วยเบาหวานใช่ไหม?

Q:ผมเรียนจบเพิ่งเริ่มทำงาน ไม่เคยอ้วน ต้องควบคุมอาหารด้วยหรือ
A:ใช่ แม้ปัจจุบันท่านมีน้ำหนักปกติ แต่โดยธรรมชาติ ร่างกายจะเผาผลาญพลังงานน้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น

นั่นหมายความว่า เมื่ออายุมากขึ้น ถึงแม้ท่านรับประทานอาหารและมีกิจกรรมเหมือนเดิม ท่านก็จะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ประมาณ 1กิโลกรัมภายใน 4 ปี

ข้อมูลจากการสำรวจพบว่า คนส่วนใหญ่จะเริ่มมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างอายุ 25-50ปี

เนื่องจากนิสัยการกิน เป็นพฤติกรรมที่ต้องอาศัยเวลาในการเปลี่ยนแปลง ถ้าท่านไม่ระวังการกินตั้งแต่วันนี้ ท่านมีแนวโน้มจะอ้วนเมื่ออายุมากขึ้น

Q:กินอาหารนิดเดียว ทำไมอ้วน
A:สิ่งสำคัญที่มีผลต่อความอ้วนไม่ใช่ปริมาณอาหาร แต่เป็นพลังงานในอาหาร
ลองสำรวจอาหารที่ท่านรับประทานว่ามีพลังงานเท่าไหร่ เนื่องจากอาหารในปัจจุบันมักจะมีพลังงานสูงอย่างไม่น่าเชื่อจากน้ำตาลและน้ำมันที่แฝงตัวอยู่
Q:ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ถึงน้ำหนักเกินหรืออ้วนก็ไม่เป็นไรหรอกมั้ง
A:ไม่จริง ภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน เป็นปัจจัยตรงที่ก่อให้เกิดโรคมากมาย เช่น เบาหวาน ความดัน นอนกรน โรคข้อ โรคหัวใจ และ อื่นๆ อีกมากมาย
Q:อยากลดความอ้วน ตอนนี้งดกินข้าวกับแป้งแล้ว ทำไมน้ำหนักยังขึ้น
A:ข้าวและแป้งเป็นกลุ่มอาหารหลัก ให้พลังงานและสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ที่สำคัญทำให้เราอิ่ม

สิ่งที่ควรระวังจริงๆ คือ งดน้ำตาลและน้ำมัน เพราะให้แต่พลังงานโดยไม่มีสารอาหาร และในปริมาณน้อยยังให้พลังงานมาก กินอิ่มได้ยาก หรือหากกินจนอิ่มก็จะให้พลังงานสูงมากๆ

Q:ออกกำลังเฉพาะส่วน ทำให้สัดส่วนลดลงได้หรือไม่
A:ไม่ได้ เมื่อไขมันในร่างกายลดลงจะด้วยการออกกำลังกายอย่างหนัก หรือควบคุมอาหารก็ตามไขมันจะลดลงทั่วตัว บางส่วนอาจลดลงเร็วกว่าบริเวณอื่นๆ ขึ้นกับธรรมชาติของแต่ละบุคคล
Q:เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า ทำให้สัดส่วนลดลงได้หรือไม่
A:ไม่ได้ เครื่องอาจทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นได้บ้างเล็กน้อย แต่ไม่ได้ช่วยลดไขมันไขมันจะลดลงเมื่อคุณทำให้ร่างกายดึงไขมันสะสมมาใช้ โดยการควบคุมอาหาร หรือออกกำลังกายให้มากและสม่ำเสมอเพียงพอ
Q:การรับประทานมะระขี้นกและบอระเพ็ดอัดผงมากๆ เพื่อช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ จริงหรือไม่
A:ไม่จริง จากการวิจัยพบว่า การรับประทานมะระหรือบอระเพ็ดผงอัดเม็ดมากๆช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้น้อยมาก แต่กลับทำให้เกิดโรคตับอักเสบได้ แพทย์ไม่แนะนำให้รับประทาน
Q:สารให้ความหวานแทนน้ำตาล ไม่ปลอดภัย ไม่ควรรับประทาน
A:ไม่จริง สารให้ความหวานที่วางจำหน่าย เช่น ซูคราโลส, แอสปาร์แตม จากการวิจัย ไม่พบว่าก่อให้เกิดมะเร็งหรือโรคอื่นๆโดยสารให้ความหวานแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและข้อห้ามต่างกัน ควรศึกษาก่อนรับประทาน
ทั้งนี้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขไทยฉบับ 121 สารให้ความหวานจัดอยู่ในประเภท อาหารที่ต้องแสดงฉลาก ฉะนั้นจึงควรเลือกซื้อเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมาย อย ปรากฎ
Q:สารให้ความหวานแทนน้ำตาล ตัวไหนๆก็เหมือนกัน
A:ไม่จริง สารให้ความหวานแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน บางชนิดมีพลังงานงานไม่เหมาะกับผู้ต้องการควบคุมน้ำหนักและผู้ป่วยเบาหวาน เช่นฟรุกโทส ซอร์บิทอล บางชนิดมีข้อห้ามในการใช้ เช่น แอสปาร์แตมห้ามใช้ปรุงอาหารบนเตา บางชนิดมีรสขมปน เช่น แซคคารีน เป็นต้น
Q:ออกกำลังมาแล้วเผาผลาญพลังงานไปเยอะ รับประทานอาหารได้ตามสบาย ใช่มั้ย
A:ขึ้นกับว่าคุณออกกำลังกายมากแค่ไหน เช่น โดยเฉลี่ย ผู้ใหญ่วัย 25ปี น้ำหนัก 50 กิโลกรัม วิ่งเหยาะๆไม่หยุดครึ่งชั่วโมงจะใช้พลังงานไปประมาณ 150 กิโลแคลอรี่ หากเขาต้องการดื่มน้ำอัดลมหนึ่งกระป๋อง 190 กิโลแคลอรี่เขาจะต้องวิ่งไม่หยุดเป็นเวลา 40 นาที เพื่อเผาผลาญพลังงานจากน้ำอัดลมให้หมด ซึ่งทำได้ค่อนข้างยาก
ฉะนั้น สำหรับบุคคลวัยผู้ใหญ่ส่วนมากที่ไม่ใช่นักกีฬาอาชีพ หรือทำงานกรรมกร หากจะควบคุมน้ำหนัก ต้องระวังการรับประทานอาหาร
Q:ทำไมอาหารแบบไม่มีน้ำตาล (Sugar Free) จึงหวาน
A:สารให้ความหวานมีหลายชนิด น้ำตาลเป็นเพียงหนึ่งในสารให้ความหวานเท่านั้น
สารให้ความหวานที่เหมาะสำหรับผู้ต้องการควบคุมน้ำหนัก ควรเป็นสารให้ความหวานที่ไม่ให้พลังงาน เช่น ซูคราโลส เป็นต้น
สารให้ความหวานที่ไม่เหมาะสำหรับผู้ต้องการควบคุมน้ำหนัก เป็นกลุ่มที่ให้พลังงาน เช่น น้ำตาลทราย ,ฟรุกโทส, น้ำผึ้ง
Q:ยาลดไขมันในเลือด ใช้ลดน้ำหนักได้หรือไม่
A:ไม่ได้ นี่เป็นความสับสนระหว่าง ไขมันในเลือด กับไขมันสะสมใต้ผิวหนัง(อ้วน)

ยาลดไขมันในเลือดยับยั้งร่างกาย ให้ลดการสร้างและปล่อยคลอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอ์ไรด์ในเลือด ซึ่งทำให้ไขมันในเลือดลดลง แต่ไม่ลดไขมันใต้ผิวหนัง(อ้วน)

ส่วนยาลดความอ้วน(เฉพาะบางตัวที่ปลอดภัยต่อการใช้) ใช้เพื่อลดการได้พลังงานจากอาหาร ซึ่งส่งผลโดยอ้อมให้ไขมันใต้ผิวหนังลดลง

Q:ชอบกินขนมหวาน ไม่ได้กินอาหารมันๆ ทำไมไขมันในเลือดจึงสูง
A:เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อย ไขมันในเลือดมาจาก 2 ส่วน ส่วนแรกจากอาหารที่กินเข้าไป ส่วนที่สองร่างกายสร้างขึ้นได้เอง
ร่างกายจะสร้างไขมันในเลือดสูงขึ้นกว่าปกติ ด้วยสาเหตุจาก ความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ น้ำหนักตัวเกิน หรือ การบริโภคน้ำตาลในปริมาณสูงๆ
Q:น้ำมันตับปลาใช้ลดไขมันในเลือดได้หรือไม่
A:ลดได้ แต่ลดเฉพาะไตรกลีเซอไรด์ และต้องบริโภคน้ำมันตับปลาในปริมาณสูง คลิกเพื่ออ่านข้อมุลเพิ่ม
Q:ยาลดความอ้วนอันตราย ไม่ควรใช้ใช่ไหม
A:ขึ้นกับประเภทของยาและลักษณะการใช้ หากใช้ยาที่ได้รับการรับรองความปลอดภัย และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก็ปลอดภัย

ปัญหาที่เกิดขึ้นมักมาจาก

  • การใช้ยาโดยขาดความรู้ความเข้าใจ เช่น กินยาระบายเพื่อลดความอ้วน
  • การใช้ยาที่ไม่ได้รับการยอมรับ เช่น ไม่ผ่านการอนุญาตจาก อย
  • การใช้ยาโดยไม่จำเป็น เช่น วัยรุ่นที่ไม่อ้วน แต่ต้องการผอม
  • Q:น้ำตาลฟรุกโทสปลอดภัยต่อผู้ป่วยเบาหวานใช่ไหม
    A:ไม่จริง น้ำตาลฟรุกโทสก็คือน้ำตาล ไม่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน

    The contents belong to www.On-Diet.com Copyright(C) 2004 On-Diet.com. All rights reserved.

    108dvd.com

    หน้าหลัก  | แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม | ติดต่อเรา | โฆษณา