แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เกี่ยวกับวิธีการควบคุมพลังงานและน้ำหนักที่ถูกต้อง
อบอุ่นเหมือนบ้าน บริการเหมือนญาติ
 

หน้าหลัก

การควบคุมน้ำหนัก

น้ำหนักและความเสี่ยงต่อโรค

ความเชื่อกับการลดน้ำหนัก

เปรียบเทียบผล วิธีลดน้ำหนัก

ปริมาณพลังงานในอาหาร

สารให้ความหวานแทนน้ำตาล

เซลลูไลท์

ยาลดความอ้วน

การผ่าตัด

การลดสัดส่วนแบบอื่นๆ

ไขมันในอาหาร

ไขมันในเลือด

คำอ้างในฉลากโภชนาการ

โรคกลัวอ้วน

คำถามพบบ่อย

คำถามเก่า

ข่าวฝากประชาสัมพันธ์

มุมสันทนาการ -

เวบเพื่อนบ้าน

 

ตอบคำถาม

หนูกินยาลดความอ้วนที่ XXX มา ๔ ปีติดต่อกัน ประมาณ ๒ ปีแรกน้ำหนักเคยลดลงไปแล้วระยะหนึ่งจาก ๖๐ เหลือประมาณ ๔๙-๕๐
หลังจากนั้นก็ยังไม่ได้กินยาหยุดค่ะ หนูก็ยังกินยาของ XXX ต่อไปเรื่อยๆ แต่ไม่ค่อยสม่ำเสมอ
ณ.ปัจจุบันนี้น้ำหนักหนูกลับมา ๖๐ เหมือนเดิมแล้วค่ะ
หมอก็ให้ยาแรงขึ้นๆ เรื่อยๆ จนแรงที่สุดแล้ว และหนูก็กลับมากินยาอย่างสม่ำเสมอทุกวัน
น้ำหนักก็ไม่ยอมลดลง และพฤติกรรมการกินอาหาร + กับการออกกำลังกายก็ยังเหมือนเดิม
คือวันนึงทานแค่เกาเหลา และก็ผลไม้ บางวันก็ทานแต่น้ำเปล่า ไม่ได้ทานอะไรเลย และออกกำลังกายบ้าง ไม่สม่ำเสมอ

ตอนนี้หนูเครียดมากๆเลยค่ะ หนูคิดว่าหนูสมควรหยุดยาได้ตั้งนานแล้ว แต่หนูกลัวน้ำหนักมันจะเพิ่มมากขึ้นกว่านี้ หนูควรทำยังไงดีคะ ช่วยหนูด้วยนะคะ เพราะหนูไปปรึกษาหมอที่ XXX เค้าก็ไม่รับประกันว่า ถ้าหนูกินยาหยุดแล้วน้ำหนักหนูจะเพิ่มขึ้นอีกมั้ย

มันก็จริงที่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการกินของหนู ถ้าหนูปฏิบัติแบบเดิมทุกวันๆ คือกินแต่เกาเหลา กับผลไม้ แต่ไม่มียามาช่วย มันจะต้องอ้วนขึ้นมากกว่าเดิมแน่ๆๆ เลยค่ะ รบกวนปรึกษาด้วยนะคะ หนูไม่รู้จะหันไปทางไหนแล้วจริงๆค่ะ ขอบพระคุณล่วงหน้านะคะ ขอบคุณมากจริงๆค่ะ
(๑๒/๘/๒๕๕๐)

สิ่งที่ควรทำคือ หยุดกินยา แล้วเริ่มคุมอาหารอย่างจริงจังครับ

การกินยาลดน้ำหนัก ให้ผลลดน้ำหนักได้ในช่วงสั้นๆเท่านั้น
หากกินยาติดต่อกันนานๆ การกินยาไม่ช่วยลดน้ำหนัก และการหยุดยาจะทำให้น้ำหนักขึ้นอีกด้วย ดังนั้นการกินยาลดน้ำหนัก ควรทำในรายที่ น้ำหนักเกินอย่างรุนแรงจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เท่านั้น
(อ้างอิงจากหน้า การควบคุมน้ำหนัก-ความรู้พื้นฐานข้อที่ 6 การใช้ยาลดน้ำหนัก)
(คำนวณความอ้วนและความเสี่ยงต่อโรค)

เมื่อคุณหยุดกินยา น้ำหนักคุณขึ้นแน่ๆ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่ก็ยังดีกว่าฝืนกินยาอย่างนี้ไปเรื่อยๆ

ปัญหาน้ำหนักตัว ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากพฤติกรรมการกินล้วนๆ
การควบคุมน้ำหนักที่ดีและให้ผลถาวร ทำได้ด้วย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร
ปรับไปทีละน้อยๆ จนเกิดเป็นนิสัยปกติ กลายเป็นวิถีชีวิตประจำวัน
น้ำหนักควรจะลดลงอย่างช้าๆ แล้วปรับเข้าที่สู่จุดที่สมดุลได้เอง
กระบวนการนี้ ใช้เวลานาน แต่ผลที่ได้จะถาวร ดีต่อสุขภาพ และประหยัด

หากไม่แก้ไขต้นตอคือพฤติกรรการกินที่ผิด แต่หวังผลให้น้ำหนักลดลงรวดเร็ว ด้วยวิธีสำเร็จรูป
จะด้วยการกินยาลดน้ำหนักแบบผิดๆ หรือการอดอาหารแบบสุดขั้ว
น้ำหนักที่ลดลงก็ฉาบฉวย ผลที่ได้ก็ไม่ถาวร และยังส่งผลเสียต่อสุขภาพอีกด้วย

ผมให้หลักการและคำแนะนำในการลดน้ำหนักได้ แต่การทำให้สำเร็จขึ้นกับตัวคุณเอง
คุณต้องเข้าใจหลักการ แล้วจึงปรับหลักการมาเป็นวิธีที่เหมาะกับตัวคุณ
วิธีที่คุณจะทำได้จริงๆในชีวิตประจำวัน

การคุมอาหาร ควรเริ่มจาก
1. มีความตั้งใจจริง และทบทวนความตั้งใจนั้นอย่างสม่ำเสมอ
เป็นการง่ายที่เราจะมีความตั้งใจสูงเมื่อเริ่มต้น และลดความสนใจลงเมื่อเวลาผ่านไป

2. อ่านเรื่อง การควบคุมน้ำหนัก อย่างตั้งใจ *ให้เข้าใจ*

3. นำความรู้พื้นฐานเรื่องการควบคุมน้ำหนัก ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
ยกตัวอย่าง
เมื่อเราเข้าใจเรื่อง การควบคุมน้ำหนัก-ความรู้พื้นฐานข้อที่ 1 ความอ้วนเกิดจากได้รับพลังงานจากอาหารมากกว่าที่ร่างกายต้องการ เราก็จะรู้ว่า ถ้าเราอ้วน เราต้องกินอาหารในปริมาณน้อยลง หรือกินอาหารที่ให้พลังงานน้อยลง

หรือ จากเรื่อง การควบคุมน้ำหนัก-ความรู้พื้นฐานข้อที่ 2 น้ำหนักตัวเกิดจากส่วนน้ำและส่วนเนื้อเยื่อ เราก็จะไม่กินยาระบายเพื่อลดน้ำหนัก เพราะมันไม่เกี่ยวกัน

หรือ จากเรื่อง การควบคุมน้ำหนัก-ความรู้พื้นฐานข้อที่ 3 พลังงานส่วนเกินมาจากน้ำตาลและน้ำมัน แม้เราไม่รู้ว่าอาหารที่อยู่ตรงหน้า มีพลังงานมากน้อยแค่ไหน แต่เราก็รู้ว่าควรกินอาหารนั้นหรือไม่

  • หากอาหารนั้นมีน้ำมันลอยปนอยู่มาก หรือเป็นอาหารทอด เราก็ควรเลี่ยง
  • หากติดดื่มน้ำหวานหรือน้ำอัดลม เราก็ควรเลือกชนิดไม่มีพลังงาน เช่น pepsi max, coke zero, coke lite
  • หากเราปรุงอาหารหรือเครื่องดื่ม เราก็ควรใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล เช่น d-et ซึ่งให้พลังงานต่ำสุด
  • เลือกซื้ออาหาร Low-Fat แทนอาหาร Full-Fat
  • ผลไม้ที่หวานจัด เช่น กล้วย ทุเรียน ลำไย มะขาม ฯลฯ มีน้ำตาลสูงมาก เราควรเลี่ยง
  • หรือ จากเรื่อง การควบคุมน้ำหนัก-ความรู้พื้นฐานข้อที่ 4 การออกกำลังกายใช้พลังงานน้อยเมื่อเทียบกับพลังงานที่ร่างกายใช้เพื่อดำรงชีวิตตลอดวัน เราก็จะไม่กินอาหารพลังงานสูงๆไม่อั้น เพียงเพราะเราไปออกกำลังกายเพิ่มขึ้น

    หรือจากเรื่อง การควบคุมน้ำหนัก-ความรู้พื้นฐานข้อที่ 4(a)(b) คนเราจะต้องการพลังงานจากอาหารน้อยลง เมื่ออายุมากขึ้น หรือน้ำหนักตัวลดลง เราจะรู้ว่า เมื่ออายุมากขึ้นเราควรกินอาหารให้น้อยลง และเมื่อน้ำหนักลดลงเราก็ควรกินอาหารให้น้อยลงตามไป

    หรือ จากเรื่อง การควบคุมน้ำหนัก-ความรู้พื้นฐานข้อที่ 5 การคุมน้ำหนักให้คงที่ ทำยากกว่าลดน้ำหนัก เราก็จะเตือนตัวเองก่อนจะเลือกทานอาหาร และเราจะได้ทวนความตั้งใจสม่ำเสมอ

    หรือ จากเรื่อง การควบคุมน้ำหนัก-ความรู้พื้นฐานข้อที่ 6 การกินยาลดน้ำหนัก เราก็จะรู้ว่ายาลดน้ำหนักที่ปลอดภัยพอที่จะให้ใช้ติดต่อกันได้เป็นระยะเวลานาน ตอนนี้มีเพียงสองชนิด เท่านั้นคือ sibutramine และ orlistat แต่ก็ยังต้องดูแลโดยแพทย์ และควรใช้ในรายที่ น้ำหนักเกินอย่างรุนแรงจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เท่านั้น

     

    ผมเข้าใจดีว่า หลักการที่ผมพูดถึงด้านบน เป็นสิ่งที่ยืดยาวจำยาก และได้พยายามปรับหลักการให้เป็นวิธีการที่จำง่าย ก็คือ

    ลดการกิน น้ำตาลและน้ำมัน

    ร่วมกับการอ่าน ฉลาก ข้างซอง ดูส่วนประกอบ จะช่วยในการเลือกอาหารได้

  • ถ้ามีเปอร์เซ็นต์ไขมันและน้ำตาลสูง เช่น ครีมเทียม ไอศกรีม น้ำหวาน น้ำผลไม้ ฯลฯ เราควรเลี่ยง
  • ฉลากอาหารที่โฆษณาว่า ไลท์ หลายชนิดยังมีน้ำตาลสูง พลังงานสูง เราควรเลี่ยง
  • ฉลากอาหารที่โฆษณาว่า ไม่มีโคลเลสเตอรอล หลายชนิดยังมีไขมันสูง พลังงานสูง เราควรเลี่ยง
  • ฯลฯ

    ผมมีข้อสังเกตุคือ มีอาหารหลายชนิดที่ควรเลี่ยง แต่เรากลับรับประทานโดยไม่ทันนึกว่า อาหารนั้นให้พลังงานสูงมาก เช่น
    กล้วย (ในปริมาณเท่าๆกัน กล้วยให้พลังงานสูงเทียบเท่าทุเรียน เชียวนะครับ),
    ครีมเทียม (ก็คือส่วนผสมของน้ำตาลกับน้ำมัน กาแฟหนึ่งถ้วยใส่ครีมเทียม 2 ช้อนพูน เทียบเท่ากับ กาแฟหนึ่งถ้วยใส่น้ำมันพืชหนึ่งช้อนครึ่งและน้ำตาล1ช้อนพูน),
    น้ำผลไม้ และนมเปรี้ยวพร้อมดื่ม (ให้พลังงานเทียบเท่าน้ำอัดลม) ฯลฯ

    หรือ คุณจะใช้ วิธีการเลือกอาหาร โดยนักโภชนาการ ก็ได้

    ขอให้ประสบความสำเร็จในการควบคุมน้ำหนักครับ

     

    The contents belong to www.On-Diet.com Copyright(C) 2004 On-Diet.com. All rights reserved.

    reliable informative source for weight control

    หน้าหลัก  | แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม | ติดต่อเรา | โฆษณา